Outsourcing / Sub-contract ทางรอดหรือทางแย่ สำหรับผู้รับเหมาก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ ?

          องค์กรธุรกิจเอกชนและราชการไทยได้มีการตื่นตัวกันมาก เรื่องการจัดจ้างบริการจากภายนอก (Outsourcing) เพราะหวังให้ทีมงานข้างนอกที่ให้บริการเฉพาะทาง ซึ่งมีเทคโนโลยีและทีมงานที่มีประสบการณ์มากกว่า ลดการเรียนรู้ในการทำงานลง และ สามารถควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าเดิม ส่วนการจ้างเหมาช่วง (Sub-contract) นั้นเป็นการจ้างงานเป็นครั้งๆ โดยเหมาความเสี่ยงในการดำเนินการไปทั้งหมด โดยกำหนดเวลา งบประมาณ และ คุณภาพในสัญญาว่าจ้าง ทั้งการจ้างแบบ Outsourcing และ Sub-contract จะมีลักษณะการทำงานค่อนข้างคล้ายกัน โดย Outsourcing เป็นการทำงานภายในองค์กร แทนพนักงานของตนเอง ส่วน Sub-contract เป็นเหมือนการจ้างทำงานนอกองค์กร
ผมเองเพิ่งจัดสัมมนาโปรแกรมก่อสร้าง 5 มิติ Virtual Construction ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาทำให้ผมได้มีโอกาสได้พูดคุยกับวิทยากรอีกท่าน คือ Mr.Clay Freeman ซึ่งเป็น Chief Product Officer หรือตำแหน่งหัวหน้าทีมโปรแกรมเมอร์ ซึ่งเป็นคนแรกในการพัฒนาโปรแกรมการก่อสร้าง 5 มิติรายแรกของโลก โดยมีช่วงหนึ่งในการสนทนานั้นเขาเองก็ถามผมว่าแล้วผู้รับเหมาก่อสร้างไทยนั้น ทำแบบผู้รับเหมาก่อสร้างในอเมริกา หรือเปล่า โดยการแยกงานให้กับผู้รับเหมาย่อยหลายๆรายไปถอดแบบมา แล้วเอามารวมกันแล้วทำการ Markup ราคาส่วนที่ตนเองทำงาน หรือเป็นค่าบริหารจัดการ การทำงานแบบที่ Sub-contract นี้ออกไปทำให้การพัฒนาขบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพให้ดีขึ้นนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะตนเองนั้นไม่ได้มีส่วนเข้าไปบริหารอีกต่อไป แต่หากถ้างานที่ Sub-contract ออกไปทำงานไม่เสร็จไปตามจ้างไปนั้นก็จะกลับเป็นปัญหาตอนสุดท้าย เพราะตนเองนั้นเป็นผู้เซ็นต์สัญญากับเจ้าของโครงการ การทำงานแบบนี้เป็นการเข้าข่าย“ขว้างงูไม่พ้นคอ” เพราะตนเองนั้นยังเป็นผู้ต้องรับผิดชอบอยู่นั้นเอง

คำถามนี้ทำให้ผมมองเห็นภาพว่า การที่ผู้รับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ที่แยกจ้างผู้รับเหมาย่อย เพื่อหลีกเลี่ยงองค์กรที่มีขนาดใหญ่ และ ต้องการให้การทำงานมีขนาดที่กระทัดรัด มีความคล่องตัวสู้ การจ้างงานเป็นสัญญาย่อย หรือ Sub-contract ออกไปให้คนอื่นทำงานนั้นก็มีข้อดี แต่หลายๆต่อหลายองค์กรนั้นจะแยกกันจนเพลิน คือ แยกส่วนที่เป็นส่วนที่เป็นขีดความสามารถหลัก (Core Competency) ของตนเองออกไปด้วย การที่แยกส่วนนี้ออกไปก็เหมือนการเอาหัวใจของตนเองให้กับคนอื่นช่วยถือไว้ เพราะหากเขาเสนอราคาเท่าไร เสร็จช้าแค่ไหน เราก็จะต้องทำตามนั้น ทำให้ไม่สามารถตอบสนองตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะเจ้าของโครงการนั้นต้องการให้เวลาก่อสร้างนั้นเร็วขึ้น เพราะต้องการส่งมอบให้ลูกค้าได้เร็วขึ้น เพราะหากใช้นานเหมือนเดิมจะความเสี่ยงและต้นทุนที่สูงขึ้นกว่าเดิม แต่หากโจกย์ของเจ้าของโครงการเปลี่ยน แล้วผู้รับเหมาก่อสร้างจะปรับตัวหรือปรับปรุงขบวนการทำงานของตนเองให้ดีขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อเราได้แยกการทำงานเป็นส่วนๆไปหมดแล้ว ?

หากเรามามองถึงเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะส่วนใหญ่แล้วจะ
Outsourcing ไปเกือบทุกส่วนแทบจะเรียกว่าเหลืออย่างเดียวคือ โลโก้ของบริษัท เพราะรับเหมาก่อสร้างก็ Sub ออกไป ออกแบบก็ Outsource ออกไป ควบคุมงานก็ Outsource บริหารการการตลาดก็ Outsource ออกไป

การที่จะ Outsourcing ออกไปนั้น เพราะต้องการลดการเรียนรู้ในการพัฒนาคนขึ้นมา ลดความเสี่ยงให้องค์กรกระทัดรัด ควบคุมต้นทุนได้ โดยให้องค์กรที่มีความชำนาญมากกว่าเรา เพราะเป็นบริษัททำงานเฉพาะด้านและเป็นส่วนประกอบของธุรกิจของเรา เช่น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง นั้นก็คือ การขายความสามารถในการจัดการ โดยจัดการตามให้เสร็จทันตาม เงิน เวลา และคุณภาพที่ตกลงกับเจ้าของโครงการ การบริหารโครงการ การวางแผนงาน การจัดซื้อ การประมาณราคา จะต้องเป็นหลักของธุรกิจ เป็นต้น โดยงานที่จะ Outsourcing นั้นจะต้องเป็นส่วนที่ไม่ไช่ส่วนทำงานหลักขององค์กรโดยเด็ดขาด เพราะองค์กรอื่นจะทำได้ดีกว่าคุณได้ไง องค์กรคุณนั้นจึงจะสามารถยืนหยัดแข่งขันกับการแข่งขันที่สูงขึ้นตลอดเวลาได้อย่างยั่งยืน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: