การก่อสร้างที่เป็นมากกว่าการก่อสร้าง ?

 

ผมเองเพิ่งกลับมาจากการเข้าร่วมงาน Archibus User Conference 2008 ที่ Washington DC สหรัฐอเมริกาเมื่อเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นโปรแกรมด้านการบริหารทรัพยากรอาคาร และปีนี้เขาเกิดดันมาจัดงานเอาตรงกับช่วงสงกรานต์ไทยพอดิบพอดี พอเสร็จจากงานสัมมนาและยังมีเวลาเหลือพอ เลยถือโอกาสขับรถไปดูผลงานการออกแบบบ้านน้ำตก (Falling Water House) โดยสถาปนิกระดับโลก Frank Lloyd Wright ตั้งอยู่เมือง Mill Run รัฐเพนซิลวาเนีย ซึ่งบ้านนี้น่าจะเป็นบ้านพักตากอากาศที่มีชื่อเสียงและกล่าวขวัญมากที่สุดในโลก
โดยปัจจุบันบ้านน้ำตกนี้ได้มีการยกให้เป็นสมบัติของ The Western Pennsylvania Conservancy (WPC) ซึ่งเป็นมูลนิธิเอกชนด้านการอนุรักษ์โบราณสถานต่างๆในรัฐเพนซิลวาเนียตะวันตก โดยเจ้าของบ้านนั้นเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าในเมือง Pittsburg รัฐเพนซิลวาเนียนั้นเอง ที่ชอบการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติในป่า ลูกชายเจ้าของบ้านนั้นเป็นเพื่อนกับ Frank Lloyd Wright เลยนัดให้มาพูดคุยกับผู้เป็นพ่อ และ Flank ก็ตกลงรับงานออกแบบบ้านหลังนี้ และขณะเริ่มออกแบบ Flank มีอายุได้ 67 ปี โดยหลายต่อหลายคนก็คิดว่า Flank นั้นได้เกษียณ หรือได้ตายไปแล้ว ซึ่งบ้านหลังนี้มีอายุประมาณเกือบ 100 ปี แล้ว ปัจจุบันมีคนเข้าเยี่ยมชมผลงานของเขาหลังนี้กว่า 4,000,000 คนต่อปี โดย Flank มีผลงานการออกแบบประมาณ 400 หลังแต่ได้สร้างจริงประมาณ 200 หลัง
ผมและเพื่อน ๆ ขับกว่าจะมาถึงบ้านน้ำตกก็เหลือเวลาอีก 5 นาที 5 โมงเย็นพอดี มีเจ้าหน้าความปลอดภัยมาปิดประตูห้ามเข้าพอดี และได้เข้าไปเจรจาว่าขอเข้าไปดูซักแปปได้หรือไม่ คำตอบก็คือไม่ เพราะต้องใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่าขึ้นไปในการแวะชม จึงปรึกษากันว่าต้องพักค้างคืนใกล้ ๆ แถวนี้แหละเพราะพรุ่งนี้จะได้ดูตั้งแต่เขาเปิดให้ชม นั้นก็คือ 8 โมงเช้า พอขับรถไปอีกหน่อยก็เจอเมืองเล็ก ๆ มีประชากร 77 คน ซึ่งทำให้ทราบว่าเมืองนี้เขาเป็นแหล่งเขาตกปลา ล่องแก่ง กางเต้นท์ค้างคืน และจะเปิดให้บริการเฉพาะหน้าร้อน ซึ่งทีมผมก็เข้ามาพักเป็นสัปดาห์แรกที่เขาเปิดบริการ พอรุ่งเช้าก็รีบไปดูกันตั้งแต่ 8 โมงเช้า เสียค่าเข้าชมคนละ 16 USD ตกประมาณ 500 กว่าบาท แต่ปรากฎว่าต้องรอถึง 10.30 น.ถึงจะได้เข้าชม เพราะเขาส่วนใหญ่นั้นจองผ่านอินเตอร์เน็ตมากันทั้งนั้น แต่พอได้เข้าชมโดยมีเจ้าหน้าที่เป็นคนอธิบาย ทำให้ทราบว่าถูกต้องแล้วครับที่ Flank Lloyd Wright นั้นต้องเป็นสถาปนิกโลก เพราะเขาออกแบบได้ดีมาก ๆ เข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัว และเขาเข้าใจธรรมชาติได้ดีมาก จนภรรยาเจ้าของบ้านถึงกับต้องกล่าวเมื่อบ้านนี้สร้างเสร็จว่า “ ฉันเองต้องจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับบ้านหลังนี้ให้ได้ เพราะบ้านหลังนี้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และฉันไม่ต้องการเป็นสิ่งแปลกปลอมของธรรมชาติ” โดยบ้านหลังนี้สร้างติดกับน้ำตก ทำยื่นระเบียงคล่อมลงไปน้ำตก ซึ่งทำให้ Flank ได้ออกแบบตกแต่งภายใน และเฟอร์นิเจอร์เป็นแบบที่ยื่น(Cantilever) ออกจากผนังเกือบทั้งหมด ตั้งแต่ โซฟา ตู้เสื้อผ้า เป็นต้น
ทีมเราใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่าในการทัวร์ดูบ้านหลังนี้ แต่ก็รู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และก่อนกลับเลยต้องตัดสินใจแวะชมบ้าน Kentuck KNoB อีกหลังของ Flank ซึ่งห่างจากบ้านน้ำตกนี้ประมาณ 30 ไมล์ ซึ่งเจ้าของบ้านเป็นเจ้าของโรงงานไอครีม แต่มีที่ดินบนภูเขา ซึ่ง Flank ได้ออกแบบเป็นเหลี่ยม สามเหลี่ยม หกเหลี่ยม โดยทุกห้องจะเป็นเหลี่ยมทั้งหมด ทั้งห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว แม้กระทั่งโรงรถ เสาก็เป็นสามเหลี่ยม แล้วนับรวมทั้งบ้านได้กว่า 56 เหลี่ยม โดยเป็นการออกแบบขัดแย้งกับที่เราเคยรู้สึกว่าการเป็นเหลี่ยนนั้นจะเสียพื้นที่การใช้งาน แต่บ้านนี้ให้ความรู้สึกว่าทุกส่วนนั้นมีประโยชน์ใช้สอยอย่างครบถ้วน
ซึ่งบ้านทั้ง 2 หลังนี้มีความเหมือนกันคือ 1. มีกันสาดที่ยาว เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนและความหนาวเข้าบ้าน ( เราส่วนใหญ่มักจะนึกว่าบ้านเมืองหนาวเขาต้องออกแบบไม่ให้มีกันสาดอะไรมาก เพราะจะได้แสงแดดให้บ้านได้รับแสงแดดให้มากที่สุด ) 2. มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองในแต่ละหลัง สถาปนิกจะไม่ก๊อบปี๊บ้านตัวเองจากอีกหลังให้กับอีกหลัง 3. บ้านแต่ละหลังจะออกแบบให้เข้ากันกับธรรมชาตินั้นๆได้เป็นอย่างดี 4.เขาจะออกแบบทุกส่วนของบ้านทั้งหลังเอง ตั้งแต่ ตัวบ้าน โคมไฟ ป้ายหน้าบ้าน แบบประตู หน้าต่าง กระจกสเตนกราส จัดสวน เป็นต้น โดย Flank เป็นทั้ง สถาปนิก วิศวกร มัณฑนากร ภูมิสถาปนิก ในงานออกแบบหนึ่งหลัง
ซึ่งระหว่างที่พากันขับรถกลับไป Washington DC ทำให้ได้คิดว่า สถาปนิกเพียง 1 คนก็สามารถทำให้เกิดเป็นสิ่งท่องเที่ยว มาศึกษาดูงาน และทำให้เกิดรายได้ของคนทั้งรัฐ และประเทศ เพราะ Flank ออกแบบบ้านกว่า 400 โครงการและได้มีการสร้างจริงประมาณ 200 หลัง และเป็นที่โดดเด่นๆเปิดให้ดูได้ กว่า 50 หลัง แค่นี้ก็ทำให้เกิดการท่องเที่ยวกว่า 14 ล้านคนต่อปีแล้ว หรือแม้กระทั่ง สะพานโกเดนเกตส์ที่เมือง San Fancisco ในรัฐแคลิฟอร์เนีย หรือ Opera House ที่ Sydney ก็มีคนไปดูไปเที่ยวกันจำนวนมหาศาลต่อปี
ส่วนประเทศไทยเรานั้น มีทรัพยากรตั้งเยอะตั้งแยะ ทั้ง ประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และ ธรรมชาติ แค่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวประเทศไทย 14-15 ล้านคนก็ดีอกดีใจกันแทบแย่แล้ว เมื่อไรนะสถาปนิก วิศวกร ผู้รับเหมาก่อสร้างเราจะสร้างอาคาร หรือ สิ่งปลูกสร้างมากว่าการเป็นงานก่อสร้าง เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากแค่สร้างเพื่อใช้สัญจรและที่อยู่อาศัย ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจ การเมือง สังคม เราเปลี่ยนไปจากการมีมูลค่าเพิ่มกันจริงๆเสียที สาธุ !

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: