Danger or Opportunity

Chatchai

Danger or Opportunity ?

กลยุทธ์ในการสู้รบของจีนบทหนึ่งที่มักจะถูกกล่าวอ้างถึงกันทั่วโลกอยู่เสมอนั้นก็คือ
อันตราย หรือ โอกาส โดยจะเป็นเตือนให้เราทราบว่า อันตรายที่เราเห็นและเกิดความกลัวนั้น หากเรามองให้ดีแล้วเราอาจจะเห็นแตกต่างจากคนอื่นเห็นในโอกาสที่คนอื่นมองกันไม่เห็น

ซึ่งจริงๆ แล้วหากคนทำธุรกิจมองกันให้ดีแล้วจะเห็นว่าเป็นเรื่องปกติเพราะการที่เราทำธุรกิจในปัจจุบัน ก็เพราะเห็นโอกาสจากปัญหาเหมือนกัน เราจึงเปิดธุรกิจเพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้กับคนอื่นๆ แต่ปัญหาที่เกิด ขึ้นกับเราในปัจจุบันนั้น มันเป็นปัญหาแบบหลายทิศหลายทางมากันพร้อมๆ กัน ทำให้ยากขึ้นเป็นเงาตามตัว

ตอนเราข้ามถนนเรามองซ้ายมองขวา หากเราชินกับการข้ามถนนเราจะไม่รู้สึกอะไรมาก แปปเดียวก็ได้ข้าม แต่สำหรับคนที่ไม่เคยข้ามมักจะต้องรอกันนานๆ และรอให้คนอื่นมากข้ามพร้อมๆ กันเพราะเรากลัวว่าเราจะเกิดอันตรายถูกรถทับไปเสียก่อนมากันเยอะๆ เราจะค่อนข้างปลอดภัย รถยนต์จะมองเห็นเราได้ง่าย รถเขาจะชะลอให้เราง่ายขึ้น

ธุรกิจนั้นดูเหมือนกับการข้ามถนน แต่ต่างกันที่เราอาจต้องไปเป็นคนแรกเพราะเราไปพร้อมกับคนอื่นที่ตัวใหญ่กว่าเรา หรือมีขนาดเงินทุนที่มากกว่า มีความพร้อมอย่างอื่นที่มากกว่า เราไปพร้อมเขาเราต้องเสียเปรียบเขาเสมอ
อันตราย ที่มองเห็นหากเราใช้ปัญญาเพิ่มขึ้นจากเดิม ฝึกทักษะให้มากกว่าเดิม อันตราย ที่ทุกคนมองเห็นนั้นอาจเป็นโอกาสของเราก็ได้

ให้ความเห็น

ฤา รูปแบบการรับเหมาก่อสร้างในประเทศไทย จะเริ่มเปลี่ยนแล้ว?


ฤา รูปแบบการรับเหมาก่อสร้างในประเทศไทย จะเริ่มเปลี่ยนแล้ว ?

          เป็นที่แน่นอนรู้กันดีอยู่แล้วว่า ทุกท่านทราบถึงผลกระทบจากปัญหาของการเงินของโลกที่เริ่มก่อตัวกันมานานที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และก็ได้เริ่มแตกทำให้รัฐบาลของโอบามาต้องทุ่มเงินมหาศาลเข้ามาอุ้มบริษัทเอกชน เพื่อให้รอดพ้นจากภัยพิบัติทางเศรษฐกิจทั้งประเทศและทั้งโลกในที่สุด เพราะการค้าขายของทุกประเทศทั่วโลกในยุคปัจจุบันนั้นเชื่อมโยงกันแบบแยกกันไม่ออก และแน่นอนที่สุดก็คือ ปัญหาของประเทศยักษ์ใหญ่คือ สหรัฐอเมริกานั้น ก็ส่งผลมาหาประเทศไทยโดยตรงอีกด้ว เพราะเราส่งสินค้าไปขายที่ประเทศเขาเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเขาไม่มีเงินซื้อของเราเท่าเดิม ทำให้ยอดขายเราตกลงอย่างเห็นได้ชัด ก็การสั่งซื้อน้อยลง การผลิตก็ย่อมน้อยลงตามไปด้วย และความเชื่อมั่นในต่อผลร้ายของเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นนี้ ส่งผลให้ทุกคนตกใจพลอยไม่อยากจะซื้ออะไรๆ อีกต่อไป ทำให้ผลร้ายเลวร้ายกว่าที่ควรเป็น และแน่นอน ตลาดตอนนี้กลับไปอยู่ในมือของลูกค้า หรือผู้ซื้อ (Buyer) อีกครั้ง เพราะลูกค้าจะมองถึงรูปแบบการให้บริการใหม่ๆที่จะให้บริการแก่ลูกค้าของตนเอง เพราะหากค้าขายกันแบบเดิมก็ต้องแย่งกันขายให้กับลูกค้าของตน เพราะมีคนขายมาก คนซื้อน้อย จึงต้องแย่งโดยการขายสินค้าแบบลดกระหน่ำ แต่หากลดกันไปเรื่อยๆไม่มีรูปแบบใหม่ๆ นั้นก็หมายถึงวันหนึ่งก็ไปกันไม่รอด ต้องขาดทุนบักโกรกกันอีก (ครับพี่น้อง !)

          แต่หากเรามาดูกันที่ธุรกิจการรับเหมาก่อสร้างละว่า จะมีทิศทางการเปลี่ยนแปลงกันไปอย่างไร โดยเดิมทีเรารับเหมาก่อสร้างแบบ Design-Bid-Build คือเจ้าของโครงการจ้างสถาปนิกออกแบบอาคารเปิดประมูล แล้วก็ลงมือก่อสร้าง ซึ่งเกือบทุกโครงการในประเทศไทยเราก็ทำกันแบบนี้ แต่ผลกระทบของเศรษฐกิจโลกคราวนี้ ทำใหลูกค้าหรือเจ้าของโครงการนั้น มองหาแนวทางหรือวิธีใหม่ๆ ที่จะให้บริการแก่ลูกค้าของตน เพื่อให้มีความแตกต่างจากคู่แข่งซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก

          ผมเองก็เพิ่งกลับมาจากการเข้าร่วมงาน Autodesk One Team Conference ซึ่งเป็นการประชุมประจำปีของAutodesk ,Inc ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาโปรแกรม CAD รายใหญ่ที่สุดของโลก ที่ Las Vagas เมื่อวันที่ 8-12 มีนาคม ที่ผ่านมานี้ โดยหนึ่งในหัวข้อสัมมนาครั้งนี้ได้เชิญอดีตหัวหน้าทีมวิศวกรที่ทำงานใน Pentagon มาเล่าถึงรูปแบบการก่อสร้างใหม่ๆ ที่ผู้รับเหมาก่อสร้างที่อเมริกาจะต้องปรับตัวปรับเปลี่ยนตัวเองจากการก่อสร้างแบบ Design-Bid-Build ที่ทำกันมาเป็นเวลายาวนาน มาเป็นการก่อสร้างที่ผู้ค้าเป็นผู้เลือก โดยผู้รับเหมาก่อสร้านั้นเป็นผู้เสนอวิธีการนำเสนอแบบใหม่ ด้วบความคิดที่สร้างสรรค์ และด้วยประสบการณ์การทำงานที่ดีในอดีตของผู้รับเหมาก่อสร้างเอง โดยให้อยู่ในกรอบของงบประมาณที่จำกัด ซึ่งหากเจ้าของงานรับหลักการแล้วจึงจะหลายเป็นสัญญา จึงจะเริ่มลงมือออกแบบอาคาร และรายการประกอบแบบ

 

รูปแบบการก่อสร้างแบบเก่า

รูปแบบการก่อสร้างแบบเก่า

 

รูปแบบการก่อสร้างแบบใหม่

รูปแบบการก่อสร้างแบบใหม่

ผมเองเห็นด้วยว่ารูปแบบการรับเหมาก่อสร้างจะต้องเปลี่ยนจากเดิมอย่างแน่นอน แต่ต้องอาศัยปัจจัยที่สำคัญมากระทบ จึงจะเริ่มแรงขับเคลื่อนตัวให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ ปัญหาเศรษฐกิจโลกคราวนี้นอกจากผู้รับเหมาก่อสร้างในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ทั่วโลกต้องปรับตัวแล้ว ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยเองก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับตัวเองครั้งใหญ่

หากผู้รับเหมาก่อสร้างใดสามารถปรับตัวได้ก่อนคนอื่น มีความพร้อมก่อนคนอื่นก็ย่อมจะประสบผลสำเร็จมาก กว่าผู้รับเหมาก่อสร้างที่ไม่มีการปรับตัวเลย

แล้วคุณเองจะพบว่าดีเหมือนกันที่มีปัญหาเศรษฐกิจ เพราะคุณเองสามารถเจริญเติบโตได้มากกว่าแบบเดิมเสียอีก!

ด้วยความนับถืออย่างสูง
ชาติชาย สุภัควนิช
เว็ปมาสเตอร์ thaicontractors.com

ให้ความเห็น

ผู้รับเหมาบ้านดิน


ผู้รับเหมาบ้านดิน
          ครั้งแรกที่ผมสนใจการก่อสร้างบ้านดิน เพราะสนใจเรื่องของการประหยัดพลังงานภายในบ้าน เนื่องจาก บ้านดินจะเย็นขึ้นเมื่อข้างนอกบ้านร้อนและจะอบอุ่น หากภายนอกบ้านมีอากาศเย็น ทำให้เราประหยัดพลังงานจากการเปิดเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องทำความร้อน (หากอยู่บริเวณอากาศหนาว) แต่พอมาศึกษาด้านนี้ลงไปอีกพบว่า บ้านดินนั้นจะมีราคาถูก และสามารถสร้างได้ด้วยตัวเอง

          เมืองไทยเราก็มีการเริ่มก่อสร้างบ้านดินมาเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว ซึ่งยังเป็นยุคต้นๆ ในการก่อสร้างบ้านดิน เพราะยังเป็นการก่อสร้างแบบ Adobe ที่ใช้ปั้นอิฐเป็นก้อน การก่อสร้างบ้านดินที่ต่างประเทศนั้น มีการพัฒนาไปค่อนข้างไกลมาก เพราะพัฒนาไปจนถึงการทำเป็นวัสดุสำเร็จรูปที่ทำจากดินขายในร้านวัสดุภัณฑ์มีรูปทรงบ้านที่ทันสมัย ก่อสร้างเป็นอาคารได้หลายๆ ชั้น รวมจนถึงอาคารสาธารณะต่างๆ เช่น ธนาคาร หรือทำกันจนเป็นชุมชนขนาดย่อมๆ เลยทีเดียว

          หากปัจจุบันท่านเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารอยู่แล้ว สามารถพัฒนารูปแบบการก่อสร้างบ้านดิน สามารถใช้เทคโนโลยีสร้างให้มีความสวยงาม และราคาประหยัด ท่านเองอาจจะค้นพบธุรกิจใหม่ๆ ของท่านได้ง่ายมาก เพราะท่านเข้าใจเรื่องการก่อสร้างกันดีอยู่แล้ว หรือท่านอาจจะพัฒนาวัสดุสำเร็จรูปสำหรับผู้รับเหมาบ้านดิน หรือเจ้าของบ้านที่ต้องการสร้างบ้านด้วยตนเองแบบ DIY

ด้วยความนับถืออย่างสูง
ชาติชาย สุภัควนิช เว็ปมาสเตอร์ thaicontractors.com

ให้ความเห็น

Hello Year 2009 !

 

Hello Year 2009!
          เนื่องด้วยวาระนี้เป็นช่วงของปีใหม่ ผมเองก็เป็นเขียนหรือพูดอวยพรไม่ค่อยเป็นเหมือนกับ คนอื่นๆ เขา ซึ่งส่วนใหญ่อาจกล่าวประมาณนี้ ว่าขอพรจากคุณพระศรีรัตนตรัยให้ทุกท่านสุขสมหวัง ร่ำรวย และสุขภาพดีตลอดปี 2552 เพราะผมทราบดีว่า การขอพรจากพระศรีรัตนตรัยนั้นคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งเราเองจะต้องระรึกอยู่เสมอถึงพระพุทธเจ้า ผู้ซึ่งเป็นผู้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง โดย ความรู้ของพระองค์นั้นก่อให้เกิดคุณเอนกอนันต์ต่อชาวโลก (ซึ่งแน่นอนไม่ไช่พระพุทธรูป) และญาติ ทิพย์ พระธรรมนั้นเป็นคำสั่งสอนของพระองค์ หรือพระไตรปิกฏนั้นเอง ส่วนพระสงฆ์นั้นเป็นผู้สืบทอด พระพุทธศาสนา หากจะขอพรนี้จริงๆ จะต้องขอโดยเข้าใจความหมายเป็นอย่างดี แต่หากสักแต่ว่าพูด ตามๆ กันไปนั้นก็จะไม่เกิดมรรคผลอะไรกันหรอก
          ปีใหม่แล้ว อะไรๆ ก็เจอมากันคนละเยอะแล้ว อย่ามัวแต่หลอกตัวเองกันเลย เพราะไม่มีใครหรอก จะช่วยเราได้ นอกจากตัวเรา เพราะทุกคนล้วนต้องเอาตัวรอดกันทั้งนั้น “ตนเป็นที่พึ่งของตน” หาก ตนเองไม่ทำแล้วใครจะทำให้ และเนื่องด้วยเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ 2552 นี้ ผมจึงขออวยพรให้กับสมา- ชิกของเว็ปไซต์ thaicontractors.com ทุกท่านนั้นมีสติที่ดี เพราะหากเรามีสติที่ดีนั้น จะช่วยให้เราทำ งานประสบผลสำเร็จ ชีวิตมีควาสุข และสุขภาพดีได้แน่นอน !
ด้วยความนับถืออย่างสูง

ชาติชาย สุภัควนิช
    เว็ปมาสเตอร์

http://www.thaicontractors.com

ให้ความเห็น

ประเทศไทยกำลังเริ่มจะเดินแล้วคร๊าบ…

ประเทศไทยกำลังเริ่มจะเดินแล้วคร๊าบ
          ผมเชื่อมั่นว่าทุกท่านคงได้ยินว่า โหรเศรษฐกิจออกมาพูด ออกมาทำนายสภาพเศรษฐกิจไทยในปีหน้า กันแล้ว แต่ละค่ายแต่ละสำนักก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แย่ แย่ๆ และแย่มากๆ อย่าไปสนใจกับคำพูดของ เสียงนกเสียงกาเหล่านั้นเลยครับ เพราะแต่ะคนมักจะเอาเท่ห์เข้าไว้ คนนี้พูดแล้วก็จะเอาคำเขาไปพูด เพราะพูดๆ ตามกันไป ปลอดภัยไว้ ก่อน เพราะกลัวถูกด่าหากไปพูดสวนทางกับท่านผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านั้น
เพราะโหรเศรษฐกิจเหล่านั้นก็มิได้เก่งกาจอะไรหรอกครับ เพราะทำตัวเป็นคนเห็นรถชนต่างก็ออกมาบอก คนที่มุงดูว่า รถคนนั้นวิ่งมายังงั้น รถนี้วิ่งกันมายังงี้ แต่ลืมตัวไปว่าเมื้อกี้ตัวเองก็ยังนั่งมากับรถคันที่ถูกชนอาการ สาหัสกันทั้งคัน ผมเองยังจำได้ว่า เมื่อปี 40 ท่านศาตราจารย์ ด็อกเตอร์เหล่านั้น ก็ต่างออกมาเสนอแนวทางว่าจะ สร้างเป็นศูนย์เตือนภัยทางเศรษฐกิจว่า หากจะมีเฝ้าตรวจสอบสภาพเศรษฐกิจ หากจะมีร้ายใหญ่หลวงจะออกมา เตือนให้ประชาชนชาวไทยได้ทราบล่วงหน้าจะได้หาทางป้องกันกันไว้ก่อน และบัดนี้ก็ไม่มีใครที่ไหนได้เห็น ไอ้ ศูนย์ที่ว่าทำประโยชน์พระแสงด้ามง้าวอะไรเลย
          ประเทศไทยเราเป็นประเทศที่สมบูรณ์ในแง่ทรัยพากรธรรมชาติต่างๆ และวัฒนธรรมต่างๆ มากกว่าประเทศ อื่นๆ มากมาย ทำให้คนไทยเราไม่ได้สนใจในการที่จะพัฒนาประเทศกันอย่าวจริงจัง เพราะที่ผ่านมาก็มุ่งทำให้เกิด การเสีย หายกันเป็นส่วนใหญ่ ทรัพยากรธรรมชาติ แร่ธาตุต่างๆเราก็ให้ต่างชิต สัปทานกันไปหมดแล้ว ป่าไม้ก็ไม่ ค่อยเหลือหลอ ต้องนำไม้มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนที่ทำให้ดีขึ้นอย่าได้หวัง การศึกษาประเทศไทยนั้น ก็เป็น เพียงการขายปริญญา เพื่อความอยู่รอดของอาจารย์ การเรียนการสอนปัจจุบันจึงเอาเป็นการสอนเพื่อการบันเทิง เพราะเรียนกันไปแล้วนำมา ปฎิบัติอะไรกันไม่ได้ วุฒิการศึกษาประเทศไทยจึงเกลื่อนประเทศกันไปหมด
          ต่อไปประเทศไทยเราจะเริ่มพัฒนากันแล้ว (โว้ย!) … เพราะที่ผ่านมาเรามีแต่พูดเอาเท่ห์ แต่ไม่ได้สนใจว่า จะทำกันยังไง เพราะหากเราลำบากก็จะเริ่มให้เราต้องดิ้นรน เพื่อความอยู่รอด ดังนั้นเราจะเริ่มได้คิดกันเสียที เพราะที่ผ่าน มา คนไทยนั้นไม่ได้สอนให้เราได้คิดเราจึงทำตามกันไปคิดเองกันไม่เป็น ถึงแม้จะมีวุฒิต่างๆ กันเต็มไปหมดก็ยังคิด กันยังไม่ได้ เพราะไอ้ที่ได้วุฒิการศึกษาสูงๆนั้นก็เพราะทำตามคนอื่นกันทั้งน๊าน
ประเทศที่เจริญแล้ว ทั้งประเทศตะวันตก ญี่ปุ่นหรือ สิงคโปร์ นั้นก็เพราะเขาต้องคิดหาวิธีต่างๆ เพื่อความ อยู่รอดของเขาทำให้เขาต้องมีเป้าหมาย เป้าหมายเพื่อความอยู่รอด ทำให้ต้องคิด คิด และคิด ซึ่งแตก – ต่างไปจากเรา ที่ พูด พูด และทำตามคนอื่นพูด การคิดจนกลายเป็นวัฒนธรรมของประเทศ ประเทศไทยเรา จะเริ่มพัฒนา และเจริญ แล้วคร๊าบ… เพราะหาทางออกเพื่อความอยู่รอด เหมือนๆ กับประเทศอื่นเมื่อหลายร้อยปี ที่แล้ว เพราะหากเราเริ่มกันได้ ก็ไม่สายไปหรอกครับ อย่างน้อยก็เพื่อลูกเพื่อหลานของพวกเราไม่ต้องลำบากกัน มากนัก หรือต้องเช่าที่ดินกับคนชาติ อื่นในประเทศไทยเราเองรักกัน ช่วยกันคิด ช่วยกันทำคือทางเดียวที่คนไทยเราจะไปรอดในยุคปัจจุบัน แต่ละคนช่วยกันเสริมสร้าง ขีดความสามารถของตนเอง ขององค์กร ของประเทศ ทำให้สุดความสามารถในแต่ละอาชีพ อย่าได้ไปฟังท่าน เหล่านักวิชา เกินหรือ นักการเมืองเหล่านั้นเลย ท่านทำทุกคน ประเทศไทยเราเปลี่ยนในทางที่ดีขึ้นแน่นอน ครับ ไม่ว่าจะเป็น ชาตินี้ หรือชาติหน้า ก็ต้องทำมัน !

ให้ความเห็น

แนวทางการรับมือกับเศรษฐกิจโลก การเมืองไทย ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

แนวทางการรับมือกับเศรษฐกิจโลก การเมืองไทย ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

          ปัจจุบันทุกคนทั่วโลกรวมทั้งคนไทย ล้วนตระนึกถึงสภาพเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำเลวร้าย แถมเมืองไทย เรายังมีปัญหาการเมืองเป็นอาหารว่างแถมเข้าไปอีก ยิ่งทำให้ทุกธุรกิจล้วนได้รับผลกระทบกันไปทั่วหน้ากันเต็มๆ ซึ่งเปรียบเสมือนเชือกที่พันกันเองไปโดยอัตโนมัติ ทำให้ต้องใช้เวลาและความสามารถในการแก้เงือนปมที่ผูกกัน แต่คนที่แก้เงือนปมได้ต้องมีอำนาจในการแก้ปัญหา แต่คนที่แก้ปํญหาดันมามีปัญหามากกว่าปมของเชือกเสียอีก ประชาชนเองก็ต้องมาช่วยคนแก้ปมให้มาคลายปมของเชือกก่อน และก็ไม่รู้ว่าคนแก้เชือกคนไหนท่ี่เก่ง มีปัญญา จะมาช่วยแก้ปม หรือคนไหนดันเป็นคนผูกปมของเชือกหากเลือกคนผิดก็จะเอาคนทำปมมาเป็นคนแก้ปมก็จะหนัก ไปกว่าเก่า
          กระแสพระราชดำรัสของในหลวงเมื่อหลายปีก่อน เรื่่องเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งหลายๆคนอาจจะมองไปว่า เป็นเรื่องของเกษตกร ที่ต้องมีไร่นา โดยต้องแบ่งพื้นที่ออกเป็น 70 % และ 30% เพื่อเป็นพื้นที่ปลูกพืชสวนไร่นา ผสมผสาน และอีก 30 % เป็นบ่อน้ำเพื่อใช้เป็นที่กักเก็บน้ำไว้ใช้ โดยให้พึ่งตนเองก่อนค่อยคิดว่าจะทำไปเพื่อไป ขายให้คนอื่นแทนการทำเพื่อคนอื่นก่อนให้ตนเอง โดยที่ไม่ได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มประสิทธิภาพ ก่อน ทำไปเยอะๆ เกินตัวโดยที่การทำงานยังไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุดก่อน ทำให้เมื่อปัจจัยอื่นๆ ไม่เป็นไปตามที่ คาดหวัง ทำให้ประสบสภาวะขาดทุนเป็นหนี้เป็นสิน ฝรั่งเองก็คิดแบบเดียวกันคือทำเป็นแฟรนไชน์ โดยเขาจะทำ เป็นร้านต้นแบบก่อน โดยร้านต้นแบบนี้จะต้องได้กำไรเสียก่อน จึงจะเริ่มขายแฟรนไชน์ได้ ผู้รับเหมาก่อสร้างเองก็เหมือนกัน ต้องเร่งพัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพของตนเอง ก่อนจะเลือกไป ทำงานยังต่างประเทศ เพราะแทนที่จะไปนำเอาเงินตราเข้าประเทศกลับกลายเป็นว่าจะเอาเงินไปทิ้้งที่ต่างประเทศ เสียอีก และผู้รับเหมาก่อสร้างจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาจนแข็งแกร่งหรือที่ตนเองถนัด โดยสร้างโอกาสเองนำเอา ความสามารถในด้านการก่อสร้างบวกกับโอกาสในธุรกิจ แทนที่จะต้องไปรองานจากคนอื่นเช่น การมีความรู้เรื่อง คอมพิวเตอร์เครือข่าย ก็อาจเป็นผู้รับเหมาด้านห้อง Server โดยเฉพา หรือ พัฒนาองค์ความรู้ให้กลายเป็นสินค้า สำเร็จรูปหรืออื่นๆ
ช่วงนี้จึงน่าจะเป็นโอกาสดีในช่วงโอกาสร้าย โดยผู้รับเหมาก่อสร้างไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งพัฒนา ศักยภาพของตนเองให้มีขีดความสามารถสูงสุด ช่วยอวยพรให้กับผู้รับเหมาก่อสร้างด้วยนะครับ

ให้ความเห็น

ทุกครั้งที่มีข่าวร้าย ย่อมมีข่าวดีตามมาเสมอ

ทุกครั้งที่มีข่าวร้าย ย่อมมีข่าวดีตามมาเสมอ
          ผมเองเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ปัจจุบันทุกทั่วล้วนโดนปัญหาเศรษฐกิจตกสะเก็ดกันถ้วนหน้า ซึ่งแน่นอนที่สุด ผู้รับเหมา ก่อสร้างอย่างพวกเราย่อมโดนกันเต็มๆอีกเช่นเคย ต้องปากกัดตีนทีบกันเองตามลำพังต่างคนต่างวิ่งกันจ้าระหวั่น ปัญหาที่ เกิดขึ้นล้วนเป็นวังวนแบบไม่มีทางออก แย่ซะยิ่งกว่าสภาพการเมืองในปัจจุบันเสียอีก ทั้งๆที่ปัญหาที่มีปริมาณเม็ดเงิน ขนาดใหญ่กระทบต่อทุกคนทั้งประเทศ ทั้งมิติด้านการศึกษา กฎหมาย เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม
          ปัญหาของผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่ต้องการสร้างมาตรฐานการก่อสร้าง ราคาวัสดุ การพัฒนาฝีมือช่างก่อสร้าง ต่างก็ได้ ร้องเรียนไปยังรัฐบาลมาทุกยุคทุกสมัย แต่ก็ได้แต่ความเงียบเป็นคำตอบ ปํญหานี้ได้หมักหม่มกันมาหลายปีดีดัก ยิ่งมี ปัญหาเศรษฐกิจทั้งภายนอกประเทศด้วยแล้ว ปัญหาเหล่านี้ก็โตขึ้นไปเป็นเงาตามตัว ดังที่เราจะเห็นว่าเศรษฐกิจไม่ดีแต่ หาพนักงาน หรือแรงงาน มาทำงานยากขึ้นกว่าเดิม มันเกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทยกันแน่
ผมเองได้เช่าอาคารสำนักงานมากว่าปี จู่ๆเจ้าของอาคารท่านก็บอกว่า เศรษฐกิจช่วงนี้เป็นนาทีทองของเจ้า ของอาคาร ดังนั้นพื้นที่ได้เอาไปให้คนอื่นเช่าได้ราคาสูงกว่าปกติ มันกิดอะไรขึ้นกับมันสมองของคนเหล่านี้ เพราะพอบอก ผมเสร็จบริษัทเจ้าของอาคารตังจริงประกาศล้มละลายที่ต่างประเทศซะยังงั้น โดยใจคอจะปล้นเอาดื้อๆไม่ได้สนใจผู้เช่า พื้นที่เอาเสียเลย โดยบอกว่าอีกวันหมดสัญญาเช่า ที่บอกว่าจะต่อสัญญานั้นไม่ให้ต่อแล้ว ลองคิดดูว่าพื้นที่กว่า ตารางเมตร มีพนักงานกว่า คนจะย้ายกันยัง
          ผมเชื่อมั่นว่าทุกครั้งที่เกิดปัญหาล้วนมีทางออกเสมอ ซึ่งส่วนใหญ่ทางออกนั้นจะมีขนาดเล็กมากก็ตาม โชคดีที่ เพื่อนผมบอกว่า พี่ๆ ผมเพื่อนผมมีพื้นที่ว่างๆไม่รู้จะทำอะไรดี พี่ช่วยๆไปดูให้หน่อย พอดูเสร็จก็โทรหาเจ้าของที่เช่าระยะยาว แล้วผมบอกว่าผมมีเวลาอีก วันจะย้ายเข้าไป โดยที่ดินนั้นยังเป็นป่ารกอยู่เลย พอบอกใครก็ไม่มีคนเชื่อ ผมออกแบบ ประมาณ ชั่วโมง ก็เสร็จ และหาผู้รับเหมาก่อสร้างมาเสนองาน พร้อมกำชับไปว่าอีก วันนะ จะไปอยู่ ซึ่งผู้รับเหมาก่อ สร้างเหล่านั้นต่างก็อันตรานหายไปเลย
ผมก็เพิ่งนึกได้ว่าเคยส่งนักข่าวไปทำข่าวเรื่องช่างซอยกีบหมู คลองสามวา เมื่อเดือนที่แล้ว พอคิดได้ก็ตื่นแต่ตี ไป หาช่างกีบหมูแล้วให้เขาทำเป็นส่วนๆ เพราะบอกไปหมดกลัวว่าเขาจะตกใจตายไปอีกคน ทำไปทำมาอาคารสำนักงานกว่า 300 ตารางเมตรก็เสร็จตามที่กำหนดไว้คือ กว่าวัน เพราะติดฝนตก งบประมาณก็อยู่ในที่ประมาณการตารางเมตรละ บาทพร้อมเครื่องปรับอากาศ เป็นโครงสร้างเหล็ก หลังคาเป็นแผ่น แบบไร้โครงสร้าง รั้วก่ออิฐฉาบปูนที่เล่า มาทั้งหมดนี้ก็คือ สำนักงานใหม่ thaicontractors.com บริษัท ทูพลัส ซอฟท์ จำกัด และ บริษัท ทูพลัส เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด จะย้ายไปยังสำนักงานใหม่ที่ ลาดพร้าวซอย 8 ชื่อ Twoplus Park วันที่ 22 ตุลาคม 2551 นี้ แล้วจะสร้างอาคารอีก หลังเป็นอาคารสำนักงานอีก
          ทุกครั้งที่มีเรื่องร้าย ย่อมมีเรื่องดีตามมาเสมอ ผมเองก็ค้นพบว่า ที่ดินในกรุงเทพมหานคร นั้นยังมีอีกมากที่เจ้าของ ที่ดินอยากจะให้เช่าพัฒนา เพราะทิ้งไว้ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเผลอๆมีคนมาบุกรุกที่ต้องเสียเงินไปขับไล่อีกต่างหาก การเสียโอกาสที่ต้องรีบย้ายออกจากที่เดิมอย่างรวดเร็ว ทำให้ผมได้เห็นโอกาสที่ให้ผมเปิดบริษัทใหม่ที่เป็นบริษัทในการ พัฒนาที่ดินให้เป็นโครงการที่เหมาะสมกับสถานที่นั้นๆ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินที่เราเช่า ต่างคนต่าง ซึ่งมีชื่อ ว่า Twoplus Properties Co.,Ltd.
หากท่านเองมีที่ดินจากมรดกในเขตกรุงเทพฯ ที่ไม่รู้จะทำอะไร ติดต่อกับผมได้นะครับ ผมยินดีที่จะเป็นที่ปรึกษา โครงการให้กับท่าน หรือ ขอเช่าที่ดินกับท่านมาพัฒนาเอง ปัญหาที่กิดล้วนมีทางออก และก็จะต้องออกตรงทางที่เราเข้า และท่านเองก็เช่นกัน และทางออกของท่านอาจจะสดใสกว่าผมม๊กมากกกกกก

ให้ความเห็น

Older Posts »